miniTCDC @ BUU

October 23, 2007 at 4:19 am (TCDC)

ตอนนี้กำลังนั่งรอให้การติดตั้งนิทรรศการหมุนเวียน ชื่อ วัสดุไทยใส่ใจการออกแบบ (Get the Best out of Materials) ซึ่งเป็นนิทรรศการขนาดเล็กที่หมุนเวียนไปตามมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ miniTCDC

ทีมของเรา (บอล พี่เอ๋ คิน น้องเอ แล้วก็เรา) ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า  7 โมงกว่าๆเชียวนะ พวกเรามาที่ ม.บูรพา เพื่อทำการหมุนเวียนหนังสือทุกภาคการศึกษาภายใต้โครงการ miniTCDC หนังสือที่นำมาเปลี่ยนมีจำนวนทั้งสิ้น 200 เล่มซึ่งจะสอดคล้องกับวิชาเรียนของคณะศิลปกรรมศาสตร์รวมถึงหนังสือที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนด้วยเช่นกัน

ไปถึงม.บูรพาประมาณ 9 โมงเช้า (หลงทางอีกตะหาก) ทางม.บูรพา ได้ตรวจเช็คหนังสือเรียบร้อยแล้ว ทางเราตรวจอีกรอบ แล้วก็แพ็คลงกล่อง (ที่เก็บไว้อย่างดี) ส่วนอีกทีมก็ติดตัว materials ที่คราวนี้นำมาถึง 12 ตัว ด้วยกันซึ่งเป็นทั้งวัสดุของไทยและของต่างประเทศ (ก่อนหน้านี้จัดแสดงเพียง 4 ตัว) ต้องขอบคุณ MCNY ที่อนุเคราะห์และเปิดกว้างให้กับทาง miniTCDC แต่ยังไม่ได้เรียงหนังสือขึ้นชั้นเพราะทางเจ้าหน้าที่นำไปติดแถบแม่เหล็ก

ส่วนทีมติดตั้งจาก Elite ก็ดำเนินการติดตั้งควบคู่กันไป โชคดีที่สถานที่มันค่อนข้าง open แล้วอีกอย่างคือ sticker ชื่อนิทรรศการที่นำมาติดเพิ่มนั้นทำให้ตัว exhibition ดูเด่นขึ้นมามากทีเดียว (ตอนนี้ก็นั่งรอให้งานเสร็จ จะได้ตรวจรับงาน)

ตอนเที่ยงก็เปรมกันทีเดียว ก็แหม มาทะเลทั้งทีจะได้กินกะเพราไก่ไข่ดาว ก็จะกระไรอยู่นะ เราก็เลยได้กินกันที่ร้านเจ้อ่วย (ที่ทางม.บูรพาเคยพาทีมติดตั้งครั้งแรกไปกิน) แหมๆๆๆๆ กุ้งแช่น้ำปลามันได้ใจนังเคทเหลือเกิน มันสดจริงๆ น้ำจิ้มก็โอ ยำหอยนางรมก็แบบว่าสุดๆอ่ะ เพิ่มคลอเรสเตอรัลกันเข้าไป …

ตอนบ่ายก็เอาหนังสือขึ้นชั้น … ชิวๆๆ แต่ที่ทุกคนต้องติดตามแบบที่เรียกว่าไม่วางตา ก็คือ ติดตามข่าวสารของ TCDC เพราะวันนี้ Post Today ก็ลงหน้าหนึ่ง แล้วยังมีการแถลงข่าวโดยคุณอภินันท์อีกด้วย … ถึงตัวไกลแต่ว่าใจเนี่ยตามอย่างไม่ลดละ

สุดท้ายก็ยังไม่เคลียร์อยู่ดีน่านแหละ ก็รอกันไปว่านโยบายจะออกมายังไง

Permalink Leave a Comment

NU TRIP

August 17, 2007 at 5:23 am (Profession, TCDC, Travel)

กำลังดูแหวนดอกไม้ ที่สนามบินพิษณุโลก แต่คงดูไม่จบหรอก เพราะว่าเดี๋ยวก็ขึ้นเครื่องแล้วน่ะสิ
เมื่อกี้แอบเข้าไป lounge ของการบินไทยกับอาจารย์ ก็ดีนะ ของกินเยอะดี ถูกใจๆ

วันนี้เป็นวันที่ยาวนานมากกก
เริ่มตั้งแต่นอนไม่หลับซักเท่าไหร่ เพราะว่ากลัวไม่ตื่น แต่สุดท้ายกลับตื่นก่อนนาฬิกาปลุกตั้ง 3 นาทีอีกแน่ะ (ตื่นตอนตี 4.30) อาการเหมือนไม่ได้นอน รีบลากตัวเองไปถึงดอนเมืองตอนตี 5 ครึ่ง ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณเลอชาติมาถึงก่อนแล้วน่ะสิ online check in ไปล่วงหน้าระหว่างที่รออาจารย์ ผิดคาดแฮะ ทั้งที่เราคาดไว้ว่าคนจะไม่พลุกพล่านขนาดนี้ ก็แหมมม…มันเช้ามากเลยนะ

ถึงพิษณุโลกตอน 7 โมงกว่า คุณเกตุมารอรับเรียบร้อยแล้ว เกรงใจอยู่เหมือนกันที่ต้องตื่นแต่เช้ามารับพวกเราขนาดนี้ ไปกินต้มเลือดหมู (ที่ไม่รู้ว่าเค้าใส่ผักอะไรให้เรากิน – บอลบอกว่าเหมือนไบก้อน มันเคยกินตอนไหนฟระ) แล้วก็เข้ามอ … ประทบใจนะ อาคารเรียนต่างๆ รถไฟฟ้า และอื่นๆ อิอิอิ

เนื่องจากว่ามันเช้ามาก เราเลยไปฆ่าเวลาด้วยการไปกินกาแฟของคณะเกษตรฯ (Aggie Coffee) เสร็จแล้วก็เริ่มประชุมกัน เราเองไม่คิดว่าอาจารย์จะเข้าร่วมมากขนาดนี้ เราเตรียม folder ของ TCDC ไปแค่ 5 อันเอง แต่ว่าอาจารย์และตัวแทนจากสำนักหอสมุดมากันทั้งหมด 8 คนด้วยกัน แล้วทุกคนให้ความสนใจ ถามคำถามกันค่อนข้างเยอะ

จากนั้นก็ไปดูสถานที่ ห้องอ่านหนังสือชั้น 3 เพราะที่คณะไม่มีห้องสมุด แต่ว่าเราเห็นสภาพแล้ว …. ประทับใจนะ เพราะเห็นความตั้งใจของอาจารย์ (ไฟแรง) ในการจัดการห้องอ่านหนังสือนี้ ตัวหนังสือเอง วารสาร เครื่องคอมฯ เครื่องสแกน น้องเจ้าหน้าที่ก็น่ารักดี ดูตั้งใจ (อาจารย์บอกมา)
ไปดูห้องสำหรับจัดนิทรรศการ เพราะเราจะมี Touring Exhibition มาวางด้วยเหมือนกัน แล้วไปต่อกันที่ห้อง slope ชั้น 7 ความจุประมาณ 120 ที่นั่ง ซึ่งเหมาะมากกับการจัดสัมมนา

จากนั้นไปสำนักหอสมุดกลาง เพื่อไปดูสถานที่ (ดูทั้งสองที่เพื่อ Weigh ว่าที่ไหนเหมาะสม แต่เนื่องจากว่าตึกห้องสมุดเพิ่งสร้างเสร็จ แล้วก็เพิ่งย้ายมาใหม่ได้ไม่ถึง 1 เดือนดีนัก ทำให้บางส่วนยังไม่แล้วเสร็จดี ดีใจกับนิสิตที่ได้ตึกใหม่ ใช้เวลาดูนานเหมือนกัน จนเที่ยงก็เลยไปกินก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 บาท ก็อร่อยนะ กินไป 4 ชามเอ๊งงงง

ตอนบ่ายก็แว๊บไปพิพิธภัณฑ์ผ้า ของมหาวิทยาลัย น่าสนใจเหมือนกันนะ ถึงแม้เราเองไม่มีความรู้พื้นฐานทางด้านนี้เลยก็ตาม นั่งย่อยซักพักก็อาจารย์ก็พาเราไปพิพิธภัณฑ์บ้านจ่าทวี จะบอกว่าเราเองไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะ มาพิษณุโลกก็หลายครั้ง แต่ไม่มีโอกาสมาที่นี่เลย

ประทับใจความเป็นจ่าทวี ที่ “เก็บ” สิ่งต่างๆไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู ได้สัมผัส ของทุกอย่างถือว่าเป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น เห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า คนเราถ้าคิดจะทำอะไรซักอย่าง ไม่ยากมากมาย แค่เริ่มจากการเก็บสิ่งที่เราชอบนี่แหละ เป็นการดีที่สุด ใครจะรู้ว่าต่อไปในอนาคตของเหล่านั้นอาจจะกลายเป็นสิ่งที่มีค่าทางประวัติศาสตร์ก็ได้ แต่ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีคุณค่าในสายตาคนอื่น แต่อย่างน้อยก็กับเรานี่แหละ

ย้อนคิดไปเมื่อตอนเรียน เราเองก็เป็นคนนึงที่ชอบเก็บสะสมของ มาว่ากันตั้งแต่รูปดาราขนาด 4P รูปละ 3 บาท เงินซื้อข้าวไม่มีไม่เป็นไร แต่รูปดารา เต็มไปหมด หนังสือและการ์ดดราก้อนบอล หนังสือและของที่ระลึกแมนยู แก้ว 7-11 โอยยย.. เยอะเหมือนกันนะ แต่ว่าการจัดการไม่ค่อยดี ทิ้งๆขว้างๆ ก็เลยหายไปเยอะเหมือนกันนะ

แต่ที่แน่ๆ เราเก็บความทรงจำไว้ในรูปของไดอารี่มาตลอด ตั้งแต่เรียนมอปลายเลยล่ะ สัญญากับเพื่อนอีก 2 คนว่า จะเวียนกันซื้อไดอารี่ในทุกๆปีใหม่ รู้สึกว่าเราจะเป็นคนเดียวที่ยัง keep writing น่ะ … บางทีกลับบ้านแล้วไปเปิดอ่าน ก็สนุกดี บรรยากาศเก่าๆมันอบอวลไปหมด อ้อ.. เราจดเพจด้วยนะ ทุกข้อความที่ส่งมาตั้งแต่เริ่มมีจนเลิกใช้ บ้าไหมล่ะ??

นอกเรื่องอีกแล้วเรา
จากนั้นก็ไปไหว้พระพุทธชินราช เพื่อความเป็นสิริมงคล เราเลยถือโอกาสเสี่ยงเซียมซีซะเลย ได้เบอร์ 13 ท่านบอกว่า ทุกอย่างต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป อย่ารีบๆๆๆ (แต่ตอนนี้ร้อนใจจังเลยย)

กินข้าวริมแม่น้ำ …. อิ่มมากก แต่บรรยากาศดี ดูเค้าโยนผักบุ้งลอยฟ้า

แล้วก็มาขึ้นเครื่องงง โอยยยย…. กว่าจะ 4 ทุ่ม!!!!

Permalink Leave a Comment

PM

July 22, 2007 at 4:55 am (Profession, TCDC)

ช่วงนี้ไม่ว่าง ไม่มีเวลา

ไม่แน่ใจว่ามันเป็นการแก้ตัวหรือว่าอย่างไรนะ กับการที่เราคอยบอกตัวเองและคนอื่นว่า ไม่ว่าง ไม่มีเวลาเนี่ย เพราะเราเชื่อว่าคนที่พูดแบบนี้คือคนที่จัดการชีวิตตัวเองได้ไม่ดี

ซึ่งก็เห็นด้วย เป็นอย่างยิ่ง
เมื่อวานได้มีโอกาสอ่าน blog ของศรีสุดาที่มันเองก็บ่นเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

ว่ากันว่าถ้าชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงอะไรซักอย่าง มันต้องใช้เวลาในการจัดการชีวิตซักระยะหนึ่ง กว่าที่มันจะลงตัว เราเองก็คงเป็นเช่นนั้น แต่… ก็ยังมองไม่เห็นว่ามันจะราบรื่นได้เมื่อไหร่

เกือบเดือนแล้วที่เราได้ถูกเลือกให้เป็น PM หรือ Project Manager ของโครงการ miniTCDC ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยนช์มากต่อมวลชนในภูมิภาคมาก โครงการนี้เริ่มมาได้เกือบปีแล้วล่ะ เราเองก็ถือว่าได้แอบเข้าไปมีส่วนร่วม (แบบไม่เต็มรูปแบบนัก) ด้วยเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะในเรื่องของงานห้องสมุด งานอื่นๆนั้นไม่ค่อยรู้มากนัก แต่เนื่องจากว่าโครงการเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องมีผู้ดูและโปรเจ็คแบบครบวงจร ทั้งนี้เพื่อให้งานเดินและเพื่อเป็นตัวแทนรายงานความคืบหน้าในด้านต่างๆต่อผู้บริหารด้วยเช่นกัน
เราเองไม่เคยทำงานนี้มาก่อน ทำให้วันแรกที่ทราบเรื่องว่าตัวเองต้องมาทำหน้าที่นี้นะ
ตกใจ ประหลาดใจ กังวลใจ หนักใจ สับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก
อะไรหลายๆอย่างรุมเร้าเหลือเกิน บอกตามตรงว่าเครียดมาก เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี นอนไม่หลับ ต้องใช้ยานอนหลับกันเลยทีเดียว
ถึงตอนนี้เราเองก็ต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ เราถือว่าไม่มีอะไรที่ยากเกินความสามารถมนุษย์หรอกน่า
มองอีกแง่ ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของเราที่ได้ทำงานงานนี้ ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง เปิดโลกให้ตัวเอง (และน้องๆด้วย) ให้ตัวเองกล้าในหลายๆด้าน
เราต้องทำให้ได้

Permalink Leave a Comment

Library 2.0: จากแนวคิดสู่การประยุกต์ใช้จริง

June 19, 2007 at 1:30 pm (Profession, TCDC)

เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 14 มิถุนายน 2550 สำนักงานศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบร่วมกับสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนา ชื่อ Libary 2.0: จากแนวคิดสู่การประยุกต์ใช้จริง ขึ้น โดยวิทยากรที่มาพูดคือ โต (ทรงพันธ์ เจิมประยงค์) และ บอล (เลอชาติ ธรรมธีรเสถียร) ซึ่งทั้งสองคนถือว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มีใจรักและต้องการพัฒนาวงการห้องสมุดมากทีเดียว

ในช่วงเช้า โตได้พูดถึงแนวคิดและหลักการในการนำ web 2.0 มาใช้ในงานห้องสมุด บอกตามตรงเราเองได้รู้จักและยายามศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับ web 2.0 เมื่อตอนต้นปีนี่เอง หลายคนอาจจะคิดว่ามันคือโปรแกรมห้องสมุดตัวใหม่หรืออย่างไร ขอบอกเลยนะคะว่ามัน .. ม่ายช่ายยยย Library 2.0 คือ แนวคิดในการนำเทคโนโลยี web 2.0 มาใช้ ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิวัติงานห้องสมุดครั้งใหญ่เลยเหมือนกัน เพราะนอกจากเทคโนโลยีเองที่เปลี่ยน ตัวบุคลากรก็ต้องเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน รูปแบบใหม่นี้เน้น ‘แนวร่วม’ เพื่อที่จะสร้างสังคม (comunity, networking) ให้เกิดขึ้น มีการแชร์ความรู้+ความสนใจกันมากขึ้น จริงๆถ้าจะให้ว่ากันเรื่องทางวิชาการเนี่ย ต้องรบกวนให้ไปอ่าน blog ของวิทยากรของเราจะดีกว่า รับรองว่าละเอียบยิบ

แต่ที่เราเอง concern คือในถ้านะ end user คนนึง พูดง่ายๆคือในฐานะบรรณารักษ์คนนึงนั่นแหละ การที่จะผลักดันให้แนวคิดที่มีประโยชน์ตัวนี้เข้ามามีทบบาทในงานบริการ โดยเฉพาะการเข้าไปมีบทบาทกับผู้ใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพราะจริงๆแล้วการสร้าง การสร้างcommunityระหว่างบรรณารักษํกับผู้ใช้ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก ซึ่งก็ต้องคอยดูกันต่อไป … เราจะพยายามอย่างเต็มที่

ในช่วงถาม-ตอบ ผู้เข้าร่วมสัมมนาท่านหนึ่งได้ถามคำถามที่น่าสนใจว่า ‘รูปแบบหน้าตา Librarian 2.0 เป็นอย่างไร’ เรารู้สึกว่าเป็นคำถามที่โดนใจมาก การพัฒนาด้านเทคโนโลยีต่างๆหากผู้ใช้เทคโนโลยีรู้ไม่เท่าทันแล้ว ก็ถือว่าสร้างมาเสียเปล่า ดังนั้นการที่จะให้ได้ประโยชน์สูงสุดคือ บรรณารักษ์ต้องเริ่มทำเป็นตัวอย่าง เช่น Library 2.0 มี blog ตัวบรรณารักษ์เองก็ต้องมี blog หรือแม้กระทั่ง Facebook หรือ hi5 ก็ตาม เราต้องเล่นอย่างที่ผู้ใช้เค้าเล่นกัน พูดจาภาษาเดียวกันเมื่อไหร่ อะไรๆก็ง่ายขึ้น

ฉะนั้น …. ข้าพเจ้าเลยเล่นมันเกือบทุกอย่าง ฮ่าๆๆ

ช่วงนี้เว็บของห้องสมุดฯเรากำลังอยู่ในช่วงทดลองระบบ เราเองก็เข้าไปทดสอบอยู่บ่อยๆ แต่ที่เราต้องการเห็นจะเป็น feedback จากผู้ใช้เพื่อการพัฒนาเว็บไซต์ต่อไป หากใครมีโอกาสเข้าไปใช้ก็สามารถส่ง feedback ไปได้ที่ library@tcdc.or.th ทางเรายินดีรับฟังทุกข้อความค่ะ

Permalink Leave a Comment