NU TRIP
กำลังดูแหวนดอกไม้ ที่สนามบินพิษณุโลก แต่คงดูไม่จบหรอก เพราะว่าเดี๋ยวก็ขึ้นเครื่องแล้วน่ะสิ
เมื่อกี้แอบเข้าไป lounge ของการบินไทยกับอาจารย์ ก็ดีนะ ของกินเยอะดี ถูกใจๆ
วันนี้เป็นวันที่ยาวนานมากกก
เริ่มตั้งแต่นอนไม่หลับซักเท่าไหร่ เพราะว่ากลัวไม่ตื่น แต่สุดท้ายกลับตื่นก่อนนาฬิกาปลุกตั้ง 3 นาทีอีกแน่ะ (ตื่นตอนตี 4.30) อาการเหมือนไม่ได้นอน รีบลากตัวเองไปถึงดอนเมืองตอนตี 5 ครึ่ง ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณเลอชาติมาถึงก่อนแล้วน่ะสิ online check in ไปล่วงหน้าระหว่างที่รออาจารย์ ผิดคาดแฮะ ทั้งที่เราคาดไว้ว่าคนจะไม่พลุกพล่านขนาดนี้ ก็แหมมม…มันเช้ามากเลยนะ
ถึงพิษณุโลกตอน 7 โมงกว่า คุณเกตุมารอรับเรียบร้อยแล้ว เกรงใจอยู่เหมือนกันที่ต้องตื่นแต่เช้ามารับพวกเราขนาดนี้ ไปกินต้มเลือดหมู (ที่ไม่รู้ว่าเค้าใส่ผักอะไรให้เรากิน – บอลบอกว่าเหมือนไบก้อน มันเคยกินตอนไหนฟระ) แล้วก็เข้ามอ … ประทบใจนะ อาคารเรียนต่างๆ รถไฟฟ้า และอื่นๆ อิอิอิ
เนื่องจากว่ามันเช้ามาก เราเลยไปฆ่าเวลาด้วยการไปกินกาแฟของคณะเกษตรฯ (Aggie Coffee) เสร็จแล้วก็เริ่มประชุมกัน เราเองไม่คิดว่าอาจารย์จะเข้าร่วมมากขนาดนี้ เราเตรียม folder ของ TCDC ไปแค่ 5 อันเอง แต่ว่าอาจารย์และตัวแทนจากสำนักหอสมุดมากันทั้งหมด 8 คนด้วยกัน แล้วทุกคนให้ความสนใจ ถามคำถามกันค่อนข้างเยอะ
จากนั้นก็ไปดูสถานที่ ห้องอ่านหนังสือชั้น 3 เพราะที่คณะไม่มีห้องสมุด แต่ว่าเราเห็นสภาพแล้ว …. ประทับใจนะ เพราะเห็นความตั้งใจของอาจารย์ (ไฟแรง) ในการจัดการห้องอ่านหนังสือนี้ ตัวหนังสือเอง วารสาร เครื่องคอมฯ เครื่องสแกน น้องเจ้าหน้าที่ก็น่ารักดี ดูตั้งใจ (อาจารย์บอกมา)
ไปดูห้องสำหรับจัดนิทรรศการ เพราะเราจะมี Touring Exhibition มาวางด้วยเหมือนกัน แล้วไปต่อกันที่ห้อง slope ชั้น 7 ความจุประมาณ 120 ที่นั่ง ซึ่งเหมาะมากกับการจัดสัมมนา
จากนั้นไปสำนักหอสมุดกลาง เพื่อไปดูสถานที่ (ดูทั้งสองที่เพื่อ Weigh ว่าที่ไหนเหมาะสม แต่เนื่องจากว่าตึกห้องสมุดเพิ่งสร้างเสร็จ แล้วก็เพิ่งย้ายมาใหม่ได้ไม่ถึง 1 เดือนดีนัก ทำให้บางส่วนยังไม่แล้วเสร็จดี ดีใจกับนิสิตที่ได้ตึกใหม่ ใช้เวลาดูนานเหมือนกัน จนเที่ยงก็เลยไปกินก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 บาท ก็อร่อยนะ กินไป 4 ชามเอ๊งงงง
ตอนบ่ายก็แว๊บไปพิพิธภัณฑ์ผ้า ของมหาวิทยาลัย น่าสนใจเหมือนกันนะ ถึงแม้เราเองไม่มีความรู้พื้นฐานทางด้านนี้เลยก็ตาม นั่งย่อยซักพักก็อาจารย์ก็พาเราไปพิพิธภัณฑ์บ้านจ่าทวี จะบอกว่าเราเองไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะ มาพิษณุโลกก็หลายครั้ง แต่ไม่มีโอกาสมาที่นี่เลย
ประทับใจความเป็นจ่าทวี ที่ “เก็บ” สิ่งต่างๆไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู ได้สัมผัส ของทุกอย่างถือว่าเป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น เห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า คนเราถ้าคิดจะทำอะไรซักอย่าง ไม่ยากมากมาย แค่เริ่มจากการเก็บสิ่งที่เราชอบนี่แหละ เป็นการดีที่สุด ใครจะรู้ว่าต่อไปในอนาคตของเหล่านั้นอาจจะกลายเป็นสิ่งที่มีค่าทางประวัติศาสตร์ก็ได้ แต่ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีคุณค่าในสายตาคนอื่น แต่อย่างน้อยก็กับเรานี่แหละ
ย้อนคิดไปเมื่อตอนเรียน เราเองก็เป็นคนนึงที่ชอบเก็บสะสมของ มาว่ากันตั้งแต่รูปดาราขนาด 4P รูปละ 3 บาท เงินซื้อข้าวไม่มีไม่เป็นไร แต่รูปดารา เต็มไปหมด หนังสือและการ์ดดราก้อนบอล หนังสือและของที่ระลึกแมนยู แก้ว 7-11 โอยยย.. เยอะเหมือนกันนะ แต่ว่าการจัดการไม่ค่อยดี ทิ้งๆขว้างๆ ก็เลยหายไปเยอะเหมือนกันนะ
แต่ที่แน่ๆ เราเก็บความทรงจำไว้ในรูปของไดอารี่มาตลอด ตั้งแต่เรียนมอปลายเลยล่ะ สัญญากับเพื่อนอีก 2 คนว่า จะเวียนกันซื้อไดอารี่ในทุกๆปีใหม่ รู้สึกว่าเราจะเป็นคนเดียวที่ยัง keep writing น่ะ … บางทีกลับบ้านแล้วไปเปิดอ่าน ก็สนุกดี บรรยากาศเก่าๆมันอบอวลไปหมด อ้อ.. เราจดเพจด้วยนะ ทุกข้อความที่ส่งมาตั้งแต่เริ่มมีจนเลิกใช้ บ้าไหมล่ะ??
นอกเรื่องอีกแล้วเรา
จากนั้นก็ไปไหว้พระพุทธชินราช เพื่อความเป็นสิริมงคล เราเลยถือโอกาสเสี่ยงเซียมซีซะเลย ได้เบอร์ 13 ท่านบอกว่า ทุกอย่างต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป อย่ารีบๆๆๆ (แต่ตอนนี้ร้อนใจจังเลยย)
กินข้าวริมแม่น้ำ …. อิ่มมากก แต่บรรยากาศดี ดูเค้าโยนผักบุ้งลอยฟ้า
แล้วก็มาขึ้นเครื่องงง โอยยยย…. กว่าจะ 4 ทุ่ม!!!!
