บัน!!
ช่วงนี้เป็นช่วงที่เรารู้สึกว่าเหนื่อยจังเลยอ่ะ จริงๆนะ
แต่ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณน้องที่มาบริจาคหนังสือให้กับน้องตาดำๆได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่ดีและมีประโยชน์ ได้ข่าวแว่วว่าอีกประมาณ 2 เดือนอาคารต่างๆก็คงเสร็จ ช่วงนี้ก็พยายามหาทุนรอน รวมทั้งบริจาคหนังสือด้วย สู้ๆ เพื่อนเอ๋ย
เมื่อวานวันก่อน แต่ว่าเข้าไป office ดูเหมือนขยัน แต่ว่าก็แค่ไปอยู่เป็นเพื่อน ดูเค้า set up ตัว exhibition ที่เราตั้งใจว่าจะหมุนเวียนไปตาม site ต่างๆน่ะ รวมถึงดู Pride and prejudice ด้วย คาดว่าคงรอบที่ 8 แล้วม๊างง ชอบจริงๆให้ตาย
เมื่อวันเสาร์ เราสั่งหนังสือเรื่อง A day in the life: career options in Library and Information Science ที่โตมรเขียนไว้ใน blog ว่า วันๆบรรณารักษ์ทำอะไรน่ะสิ มันช่างโดนเหลือเกิน หัวหน้าเราเลยฝากเราสั่งจาก amazon คิดว่าอีกไม่เกินวีคหน้า น่าจะได้อ่าน มันเป็นการดีที่จะให้คนภายนอกรู้ว่า วันๆหนึ่งเราทำอะไรบ้าง (นอกจากไปข้าวสาร –ล้อเล่น) เพราะคนส่วนใหญ่มองไม่ออกว่า profession นี้มีอะไรนักหนา เราเคยถูก user ถามว่า ถามเหอะเรียนตั้ง 4 ปี เนี่ยเรียนอะไรบ้าง เราเองจับน้ำเสียงเค้าได้นะว่าเค้าแอบรู้สึกว่ามันดูเหมือนจะไม่มีอะไรเลย แต่เค้าเองก็สารภาพว่า เค้าไม่รู้จริงๆนะ เราก็อธิบายไปแถมตบท้ายด้วย … เค้ามีเรียนกันจนถึงป.เอกเลยนะ มันเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า มันมีมากกว่าที่คุณคิดนะ
อาจจะเพราะว่า วงการบรรณารักษ์ หรือ ห้องสมุดในประเทศไทย ไม่เป็นที่นิยม คำว่านิยม ในที่นี้คือ ไม่ได้มาอยู่ในชีวิตประจำวัน ในที่นี้คือ ห้องสมุดประชาชนนะ เพราะถ้ามองห้องสมุดมหาวิทยาลัยนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง เพราะส่วนใหญ่คนที่เข้านั่นน่ะถูกไฟท์บังคับทั้งนั้น แต่ที่เราหมายถึงคือ พ่อแม่พาลูกไปห้องสมุด ฝึกการอ่านหนังสือ ฝึกการแบ่งปันกับคนอื่น ฝึกรักษาของ เพราะตัง share กับคนอื่น หรือ เป็นที่ๆพบปะกัน หาหนังสือที่น่าสนใจอ่าน เป็นต้น มันดูยากและดูไกล แต่เราเองก็ยังฝันอยู่ดีแหละ ว่าอยากในอนาคต ซักวัน มันจะต้องเป็นจริง
อีกอย่างที่ยังติดอยู่ในหัวใจของทุกคน ไม่ว่าจะชาติไหน ภาษาใดก็ตาม คือ ภาพลักษณ์ของบรรณารักษ์ ต่อบุคคลทั่วไป …. คร่ำครึบ้างล่ะ เจ้าระเบียบบ้างล่ะ แม่มดบ้างล่ะ ต่างๆนานา เราเองตอนที่เรียนอยู่ม.ปลายเรายังเคยเรียกบรรณารักษ์ว่าผีเสื้อสมุทรเลยอ่ะ เค้าก็ดุตามเรื่องอ่ะนะ แต่ว่าเราเองนี่แหละที่ดื้อ เพราะห้องสมุดคือที่โดดเรียนของเรา อิอิ
จะบอกว่าตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว บรรณารักษ์ ยินดีต้อนรับเทคโนโลยีใหม่ๆ การจัดการใหม่ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกสบายในการอ่าน การค้นหาข้อมูลของสมาชิกน่านแหละ
เราเสียสละนะเนี่ย นึกถึงแต่ผู้ใช้ตลอดดดดดด ไม่ว่าจะคิดบริการใหม่ๆอะไรขึ้นมาก็ตาม อิอิ
มาว่ากันเรื่องหนังสือดีกว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นบรรณารักษ์ชาวอเมริกัน มาเขียนหรือบ่นไว้ก็เหอะ แต่เชื่อว่ามันคงไม่ต่างกันหรอกน่า ว่ามะ … แต่ที่น่าสนใจ ที่โตมร พูดไว้คือ อยากให้ผู้บริหารอ่าน เค้าจะได้รู้ว่าวันๆนึง บรรณารักษ์ทำอะไรบ้างอ่ะ เราขอยกมือเห็นด้วย ด้วยประการทั้งปวงนะ เพราะบางทีมันต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างเพื่อให้ระดับ management มาเข้าใจระดับ operation มากขึ้นอ่ะ
ไว้หนังสือมา เราก็คงจะขอยืมเจ้านายอ่าน (ไม่มีเงินซื้อหรอก … แพงไปอ่ะ)
.
.
จนได้นะเรา มือไวจนได้ สั่งหนังสือเสร็จก็หาเรื่องจนได้
ตอนแรกกะว่าจะสั่งของขวัญให้ลูกสาว เพราะว่าต้นเดือนหน้าก็จะวันเกิด ครบ 3 ขวบแล้วอ่ะ (อยากจะไป happy birthday) ด้วยตัวเองอ่ะ อยากไปใจจะขาดดดด ทีเดียว
ดูไปดูมา … อืมม hold ไว้ก่อนดีกว่า ซื้อ Laguna Beach Season 2 ดีกว่าก็เลยสั่งซื้อ ซะอย่างงั้น เออออ คนเราเนี่ยนะ!! บางทีก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันนะว่าทำไมถึงชอบ Laguna Beach ได้ขนาดนี้ เหมือนกับทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา ยังไงยังงั้นเลยนะ (ยกเว้น season 3) อ่ะ
อันนี้ก็รอไม่ไหวเหมือนกัน อยากดูเร็ว
จบละ พอแค่นี้ก่อน แล้ววันหลังจะมาบ่นใหม่รวบถึง trip ที่ไปนครวัดด้วย ยังเขียนไม่เสร็จเล้ยยยย

Fernanyc said,
August 16, 2007 at 7:23 pm
kwam jing yark give more than this na ka(still has lots of magazine at home)
but don’t have time a ka ,have to leave Thailand that time
anyway,waiting to see it done well na ka^^