ห้องสมุด หนังสือ ชนบท

July 29, 2007 at 8:32 am (Profession, เรื่อยเปื่อย)

เดือนก่อนเพื่อนมอขอ คนหนึ่งmsnมาถามเราเรื่อง link ของเว็บรุ่น (ซึ่งเราเองก็ลืม เพราะไม่ได้เข้านาน)

วันนี้ได้มีโอกาสเข้าไปดู เห็นเพื่อนรินโพสต์ข้อความไว้

ถึงเพื่อนๆ ชาวบันที่น่าร๊าก
ขณะนี้เรากำลังต้องการคำแนะนำดีๆ
อันเนื่องมาจากเราทำงานเป็นครูมาหลายปี
วิชาชีพบรรณารักษ์น่ะ ลืมเกือบหมดแล้วล่ะ
พอดีโรงเรียนที่เรามาบรรจุใหม่ เป็นโรงเรียนประถม ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ไม่มีห้องสมุดเลย
ตอนนี้กำลังจะสร้างอาคารห้องสมุด และจะเข้าสู่โรงเรียนในฝันรุ่นที่ 2
แต่ว่าตอนนี้ยังไม่มีหนังสือเข้าห้องสมุดเลยสักเล่ม
เรื่องงบประมาณน่ะไม่ต้องพูดถึง ไม่มีอ่ะ
ก็เลยอยากจะขอคำแนะนำว่าเราจะเขียนขอบริจาคไปที่ไหนดี
ใครมีคำแนะนำดีๆ ช่วยเราด้วยนะ
สงสารเด็กนักเรียน
หรือใครมีหนังสืออยากจะบริจาคก็ยินดีรับนะจ๊ะ
เราจะขอเกียรติบัตรจากทางโรงเรียนให้

คิดถึงทุกคนจ้า
จาก ครูริน
โรงเรียนบ้านเหล่าทองหลาง ต.เหล่าทอง อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย

อ่านแล้วก็อึ้งไปเรยยยย

ที่อึ้งเพราะ …. เราเองไม่ค่อยได้สัมผัสกับความรู้สึกขาดแคลนเหล่านั้น ต้องยอมรับว่าตั้งแต่เริ่มทำงานมาก็ได้มีโอกาสทำงานในที่ๆเรียกได้ว่า ทันสมัย และมีงบประมาณในการซื้อหนังสือค่อนข้างเพียงพอ
แต่พอเพื่อนเราเขียนมาอย่างนี้ รู้สึกว่า เฮ้ออ … มันไม่ไกลตัวเลยนี่หว่า มันเหมือนกับว่ามี connection ระหว่างเรากับเพื่อน อีกทั้งช่วงนี้ก็มีโฆษณาเกี่ยวกับการบริจาคหนังสือให้เด็กที่ด้อยโอกาส

มองย้อนไปในวัยเด็ก เราเองก็ถือว่าเป็นเด็กบ้านนอก โตมาในเขตชนบทที่โรงเรียน(ประถม) ไม่มีห้องสมุด หรือมีก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าไม่ค่อยได้มีความรู้สึกว่าได้ยืมหนังสือกลับบ้าน แล้วเช้ามาไปคืนหนังสือที่ห้องสมุด … ไม่มีเลย แต่เราเองโชคดีที่พ่อเป็นคนชอบอ่านหนังสือ (มากก) ทำให้เราเองได้อ่านหนังสือที่พ่ออ่าน ซึ่งออกจะเกินตัวไปหน่อย ถ้าดูตามอายุ อย่างเช่นประวัติศาสตร์ หรือหนังสือธรรมะแนว ตายแล้วไปไหน และอื่นๆๆ แล้วเค้าก็ซื้อหนังสือการ์ตูน อย่าง ดราก้อนบอล ให้เราได้อ่าน ได้ปล่อพลังอย่างเต็มที่ ขอบคุณพ่อกับแม่คับพ๊มมม
นั่น … ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของเรา ถ้าเปรียบเทียบกับคนอื่นๆที่เค้าขาดตรงนั้นไป

เราเองมองว่า ในเมื่อมีงบฯในการสร้างตึก อาคาร สถานที่ ทำไมถึงไม่เจียดเงินมาซื้อหนังสือ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในการที่จะพัฒนาความคิด สติปัญญา และนิสัยรักการอ่าน ของคนไทย-เด็กไทย

หลายสัปดาห์ก่อนเราได้มีโอกาสดูรายการของทีวีบูรพา (จำไม่ได้ว่าชื่อรายการอะไร) เค้าจับประเด็นเรื่อง “การอ่าน” ของคนไทย โดยเริ่มที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ผ่านมา ที่เรียกได้ว่าสถิติถล่มทลาย ทั้งคนและหนังสือ  แต่… นั่นเป็นเพียงคนกระจุกหนึ่งเท่านั้น
สถิติการอ่านหนังสือของคนไทยต่อปี อยู่ที่ 7 บรรทัด … ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นแล้วนะคะ

รายการได้กำหนดกลุ่มตัวอย่างเด็กจากสภาพแวดล้อมและครอบครัวที่แตกต่างกันไป โดยสำรวจว่าเด็กได้อ่านหนังสือที่นอกเหนือจากหนังสือเรียนมากน้อยเพียงไร แบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็นทั้งหมด 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มแรก กลุ่มผู้มีฐานะ หรือเรียกได้ว่า รวย โดยไปตามหมู่บ้านจัดสรรหรูๆในกรุงเทพฯ ผลปรากฏว่าเด็กมีโอกาสเข้าถึงหนังสือสูงมาก พ่อแม่สนับสนุนเต็มที่ อยากได้หนังสืออะไรให้บอก แต่อ่านไม๊ อีกเรื่อง

กลุ่มที่สอง  คือกลุ่มคนที่มีฐานะในต่างจังหวัด โดยพิธีกรเลือ จ.พิษนุโลก เป็นกลุ่มเป้าหมาย เลือกในตัวจังหวัด ปรากฎว่า พ่อแม่ให้การสนับสนุนค่อนข้างดี เด็กมีหนังสืออ่านประมาณนึงตามอัตภาพ

กลุ่มที่สาม  คือกลุ่มชนบทโดยเลือกที่จ.พิษณุโลกเหมือนกัน โดยเข้าไปสำรวจทุกบ้านในหมู่บ้านนั้น ปรากฎว่ามีหนังสืออยู่ไม่กี่เล่ม พ่อแม่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก ทั้งนี้เพราะพ่อกับแม่เองก็อ่านหนังสือไม่ออก ทำให้ขาดการสนับสนุน รวมถึงทุนรอนที่จะซื้อหนังสือด้วย

กลุ่มที่สี่  คือกลุ่มชุมชนตลิ่งชัน พิธีกรก็เคาะแทบทุกห้อง เพื่อดูว่ามีหนังสืออท่านที่นอกเหนือจากหนังสือเรียนมากน้อยแค่ไหน ปรากฎว่า เด็กมีหนังสืออ่านน้อยทีเดียว เพราะพ่อกับแม่ไม่ค่อยซื้อให้อ่าน ที่เราสะท้อนใจมากอย่างนึงคือมีเด็กคนนึงใช้เวลาอ่านหนังสือที่แม่ซื้อให้ตั้ง 1 เดือน เพราะน้องเค้าบอกว่าไม่อยากอ่านจบเร็ว อยากอ่านไปเรื่อยๆๆ หนังสือเล่มนั้นถ้าจำไม่ผิดราคา 120 บาท น้องเค้าบอกแพงมากกกกกก

เสร็จแล้วก็ให้เด็กอ่านข้อความที่ทางรายการเตรียมมา ผลปรากฎว่าเด็กที่มีโอกาสอ่านได้คล่องมาก ส่วนเด็กที่ไม่มีโอกาสก็อ่านตะกุกตะกัก บางคนอ่านไม่ออกเลยย แต่อยู่ป. 5 แล้ว โอยยย….. เห็นแล้วคิดถึงตอนตัวเองอยู่ป. 4 ที่ครูให้เราสอนเพื่อนอ่านหนังสือ เพราะมันอ่านหนังสือไม่ออก เอ้อออออ

เหอๆ ไม่รู้ว่ามาเรื่องนี้ได้ไง แต่ว่าเป็นเรื่องที่เราและใครหลายๆคนเป็นกังวล ว่า จะทำอย่างไรให้เด็กไทย (คนไทย) อ่านหนังสือกันมากขึ้น มีนิสัยรักการอ่านมากขึ้น

ที่แน่ๆ เราเองจะหาทางช่วยเพื่อน และนักเรียนของเพื่อนให้ถึงที่สุดอ่ะ
เพื่ออนาคตของเด็กไทยตาดำๆ

2 Comments

  1. Fernanyc said,

    พี่ขา วันอาทิตย์ติดธุระเลยไม่ได้เอาหนังสือไปให้
    ขอดทาด้วยนะคะ แต่พรุ่งนี้เอาไปให้แน่ๆค่ะ ^^

  2. KAte said,

    ขอบคุณค่ะ
    ได้รับหนังสือแล้วค่ะ

Post a Comment